ฟันโยก อันตรายไหม? หากความรู้สึกฟันไม่แน่น ขยับได้นิดหน่อย เกิดขึ้นกับฟันแท้ในวัยผู้ใหญ่ คำตอบคือ “อันตรายและไม่ควรปล่อยผ่านเด็ดขาด” เพราะนี่เป็นสัญญาณเตือนฉุกเฉินว่ากระดูกรองรับรากฟันกำลังถูกทำลายจากโรคเหงือกอักเสบ (รำมะนาด) อาจจบลงด้วยการต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไป
แต่ก่อนที่จะกังวลจนไม่กล้าเคี้ยวอาหาร Smile Signature จะพาคุณไปเจาะลึกว่า ฟันโยกเกิดจากอะไร และมีวิธีรักษาแบบไหนที่จะช่วยชีวิตฟันแท้ให้กลับมาแน่นเหมือนเดิมโดยไม่ต้องถอนทิ้ง
ฟันโยก เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง
ปัญหาฟันโยกเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากโรคในช่องปากที่สะสมมานาน หรือเป็นอาการชั่วคราวที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการรักษาทางทันตกรรม
โรคเหงือกอักเสบรุนแรง อาการอักเสบที่ทำลายกระดูกและเอ็นที่รองรับฟัน นี่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของฟันโยกในผู้ใหญ่ทั่วโลก
เช่น ฟันซ้อนเกที่สบกระแทกผิดปกติ หรือ จากอาการนอนกัดฟัน (อ่านเพิ่มเติม ..คลิก)
เช่น การกระแทกระหว่างเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุที่ไม่ขาดฝันที่กระทบต่อฟันโดยตรงบริเวณปากหรือขากรรไกร
แพทย์เรียกภาวะนี้ว่าโรคเหงือกอักเสบในระหว่างตั้งครรภ์ มักจะหายไปเองไปหลังคลอดบุตร
เช่น โรคกระดูกพรุน และ โรคเบาหวาน ผู้เป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี (HbA1C >9%) จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเหงือกมากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า
ตามกระบวนการรักษาแล้ว เคลื่อนฟันต้องมีกระบวนการละลายและสร้างกระดูกใหม่ ทำให้ฟันโยกชั่วคราวนั้นเป็นเรื่องปกติ
รู้สึกฟันขยับ อย่าพยายามโยกเล่น หรือปล่อยทิ้งไว้ เพราะฟันโยกคือสัญญาณเตือนฉุกเฉินของโรคเหงือก รีบให้ทันตแพทย์ตรวจเช็ก และรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดของฟันแท้
ข้อห้าม เมื่อรู้ตัวว่าฟันโยก
พฤติกรรมที่อาจจะทำให้อาการฟันโยกเลวร้ายลง ควรหลีกเลี่ยงและปรับเปลี่ยนเพื่อรักษาฟันแท้ของเราให้นานที่สุด
- หากมีอาการฟันโยก ห้ามใช้มือ หรือลิ้นโยกฟันซ้ำๆ
- ห้ามแปรงฟันแรงๆ เพราะการแปรงฟันแรงๆ นอกจากจะไม่ช่วยให้ฟันของเราสะอาดขึ้นแล้ว ยังทำให้เหงือกร่นด้วย
- อาการเหงือกอักเสบปล่อยไว้ไม่รักษา เพราะคิดว่าเดี๋ยวโรคเหงือกก็หายไปเอง
- ผู้ป่วยเบาหวาน หรือโรคกระดูกพุน ที่มีอาการฟันโยก หากปล่อยไว้ไม่รักษา มีโอกาสฟันหลุด สูญเสียง่ายกว่าคนปกติ
- การรับประทานอาหารที่แข็ง กรอบ หรือเหนียว
- การสูบบุหรี่ และใช้บุหรี่ไฟฟ้า ต่อไปเรื่อยๆ จะยิ่งทำเหงือกอักเสบ
- มีพฤติกรรมกัดฟันตอนนอน แต่ยังไม่ทำเฝือกสบฟัน (Night Guard)
ข้อมูลเพิ่มเติ่ม : ปัญหาสุขภาพฟัน ของคนวัยทำงาน (คลิก)
ฟันโยก รักษาให้กลับมาแน่นเหมือนเดิมได้จริงไหม?
ฟันโยก ไม่จำเป็นต้องถอนทิ้งเสมอไป โดยส่วนใหญ่สาเหตุมาจากโรคปริทันต์ (โรคเหงือก) รักษาได้เมื่อได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ทันตแพทย์จะเริ่มจากการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดร่วมกับการเอกซเรย์เพื่อประเมินระดับกระดูก แต่หากปล่อยไว้นานจนถึงขั้นรุนแรง ทันตแพทย์ก็ยังมีทางเลือกอื่นเตรียมไว้เพื่อให้คุณกลับมายิ้มและเคี้ยวอาหารได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
ฟันโยกถ้ารักษาไม่ได้แล้ว ยังมีทางเลือกอะไรบ้าง?
ทางเลือกเมื่อจำเป็นต้องถอนฟันโยกออก ไม่สามารถเก็บรักษาได้แล้ว ทันตแพทย์จะวินิจฉัยและแนะนำทางเลือกที่เหมาะกับสภาพฟัน กระดูก และงบประมาณของคนไข้แต่ละราย
- รากฟันเทียม (Dental Implant) – ฟันปลอมชนิดติดแน่นที่มีความใกล้เคียงกันฟันธรรมชาติมากที่สุด ทำจากไทเทเนียมที่เข้าได้กับร่างกายดีที่สุด (อ่านเพิ่มเติม ..คลิก)
- สะพานฟัน (Dental Bridge) – ฟันปลอมชนิดยึดติดแน่นที่อาศัยการกรอฟันซี่ข้าง ๆ เพื่อใช้ในการยึดตัวสะพานฟัน (อ่านเพิ่มเติม ..คลิก)
- ฟันปลอมแบบถอดได้ (Removable Denture) – ฟันปลอมถอดได้ฐานอะคริลิก หรือฟันปลอมแบบถอดได้ฐานโลหะ ราคาย่อมเยา (ดูราคาฟันปลอม ..คลิก)
ลองดูรีวิวจริงของผู้ใช้บริการ Smile Signature ที่ตัดสินใจเปลี่ยนรอยยิ้ม และชีวิตด้วยรากฟันเทียมของเรา
❝ ปรึกษาคุณหมอเรื่องการทำรากฟันเทียม พร้อมครอบฟัน มีปัญหาเรื่องการกัดฟัน และไม่มีฟันสำหรับใช้เคี้ยวอาหาร ปกติเป็นคนที่กลัวการทำทันตกรรมมาก ก็เลยเข้ามาที่ สไมล์ ซิกเนเจอร์ สาขารัชดาภิเษก เข้ามาปรึกษาคุณหมอ คุณหมอให้คำแนะนำดีมากค่ะ ❞
ดูรีวิวการรักษา : ทำไมต้องทำฟันที่ Smile Signature (คลิก)
สรุป
ปัญหาฟันโยกไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ก็ไม่ใช่จุดจบของฟันแท้เสมอไป หาสาเหตุให้เจอและรักษาให้ตรงจุด Smile Signature คลินิกทันตกรรม ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง การรักษาตั้งแต่วันนี้ช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาในอนาคต
ปรึกษาจัดฟัน ก่อนใคร
ที่สไมล์ ซิกเนเจอร์ สาขาใกล้บ้านคุณ
โทร : 083 095 0218 หรือ Line ID : 
ขอบคุณข้อมูลจาก :
- กองทันตสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร – moph.go.th
- Loose Tooth – clevelandclinic.org


